3 แนวทางทำงานใต้ความกดดัน

3 แนวทางทำงานใต้ความกดดัน

3 แนวทางทำงานใต้ความกดดัน เชื่อว่าคนวัยทำงานทุกคน ต้องเจอกับสถานการณ์ที่กดดันในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งจากเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เจ้านาย หรือแม้แต่ตัวงานเองที่กดดันเรา การทำงานภายใต้ความกดดัน นอกจากจะทำให้ผู้ทำงานไม่มีความสุข บั่นทอนจิต และงานไม่คืบหน้าแล้ว มันยังถือเป็นการทำลายสุขภาพจิตแบบย่อย ๆ ด้วย บางคนกดดันมาก ๆ ก็อาจจะนำมาซึ่งการลาออก แล้วต้องไปวุ่นวายหางานใหม่อีก บทความประเภทความรู้ทั่วไปวันนี้ จึงขอนำเสนอแนวทางการทำงานภายใต้ความกดดัน 3 รูปแบบ ที่นำไปปรับใช้ รับรองว่าจะช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นแน่นอน

3 แนวทางทำงานใต้ความกดดัน

1. ทัศนคติของเรา เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน

สำหรับแนวทางการทำงานภายใต้ความกดดันให้มีความสุขข้อแรก ให้เริ่มจากตัวเราก่อน โดยจะยึดหลักทฤษฎีนี้มาจากหนังสือ Joy at Work ของ Marie Kondo ที่ว่ากันว่ามันสามารถสร้างความสุขได้จากทุกพื้นที่ ไม่ว่าจากที่ไหนก็ตาม แม้แต่การทำ Work From Home, Remote working เราก็สามารถสร้างความสุขได้ด้วยตัวเราเอง เพราะสิ่งที่แท้จริงของการทำงานคือ Mindset ซึ่ง Mindset มันก็มีผลมาจากทัศนคติในหัวสมอง และในตัวเราเองไม่ใช่มาจากที่อื่น ให้ทุกคนคิดว่าการทำงานมันไม่ใช่ต้องมาทำงาน

โดยอาจจะคิดว่าเรามาเที่ยวเล่น มาพบปะสังสรรค์กับเพื่อน ๆ หรือมาทำในสิ่งที่เราชอบก็ได้ หรือหากจะคิดแบบแง่ร้ายแต่ให้ผลดี ก็ให้คิดว่าซะว่าเรามาทำงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินที่เรารัก หากทุกคนคิดและปรับทัศนคติตัวเองให้ได้แบบนี้ ความกระตือรือร้นในการทำงาน และความอยากมาทำงานในแต่ละวัน มันจะเพิ่มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ และความรู้สึกกดดันในรูปแบบต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ หมดไปในที่สุด

3 แนวทางทำงานใต้ความกดดัน

2. พยายามจัดความสำคัญของงานให้ได้

แนวทางกานรทำงานภายใต้ความกดดัน ให้ประสบความสำเร็จรูปแบบที่ 2 ก็คือจัดลำดับความสำคัญของงานให้ได้ โดยหลักการนี้จะมีชื่อว่า Time Management ซึ่งมันคือการบริหารเวลานั่นเอง พยายามทำให้เป็นประจำทุกอาทิตย์จนติดเป็นนิสัย โดยการแยกความสำคัญของงานก่อนหลังออกมาเป็นข้อ ๆ เมื่อท่านจัดลำดับความสำคัญของงานเสร็จ ท่านจะทราบทันที ว่างานส่วนไหนเครียดมากสุด ส่วนไหนเครียดน้อยสุด ตลอดจนอันไหนสามารถปล่อยวางได้ ซึ่งผู้ริเริ่มแนวความคิดนี้คือ Dwight D.Eisenhower ประธานาธิบดีคนที่ 34 ของสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญเขาได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในต้นแบบของผู้ที่ “บริหารเวลา” ที่คิดค้น “Eisenhower Box” นี้ขึ้นมา ด้วย

• งานด่วน และสำคัญมาก
งานลักษณะนี้ต้องรีบทําทันที แบบ Do It ซึ่งหมายถึงถ้าไม่ทำทันที มันจะส่งผลกระทบต่อใครหลาย ๆ คน และอาจจะเกิดปัญหากับส่วนรวม ซึ่งเป็นสิ่งที่กดดันท่านในภายหลังได้
• งานสำคัญ แต่ไม่ได้ด่วนมาก
งานในลักษณะนี้จะต้องวางแผน เเละตัดสินใจว่าจะทําเมื่อไหร่ แบบ Plan to do คืองานนี้สำคัญนะ แต่ยังไม่มีการกำหนดวันส่งที่แน่ชัด และต่อให้ไม่เสร็จก็ไม่ส่งผลกระทบกับใคร ให้เก็บเอาไว้ก่อนได้

• งานด่วน แต่สำคัญ
ส่วนใหญ่แล้วงานแบบนี้ มักจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้แรงงาน การลงมือทำ การถ่ายเอกสาร ซึ่งเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ความคิด และสามารถให้คนอื่นทำได้ เช่น การส่งเอกสาร นัดล่วงหน้า เพื่อที่จะไม่กระทบกับเวลาการทำงานมากนัก แค่ท่านบริการเวลาให้ได้ ก็สามารถจัดการกับความเครียดในส่วนนี้ได้แล้ว

• งานไม่สำคัญ และไม่ด่วน
งานรูปแบบสุดท้าย แทบจะไม่มีความกดดันใด ๆ เลย ท่านอาจจะลองมอบหมายงานส่วนนี้ ให้น้อง ๆ รุ่นใหม่ ที่ต้องการประสบการณ์ในการทำงานลองทำความเข้าใจดู อย่างเช่นลงสรุปรายงานการประชุมครั้งล่าสุดมา หรือไม่ก็กำลังประชุมอยู่ แล้วมี E-mail เข้ามาจากลูกค้า หรือคนนอกองค์กร ที่ถามเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปไม่ใช่เรื่องงาน ท่านสามารถฟังเพื่อรับทราบได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำตามในทันที

3. ลองตั้งเป้าหมายในการทำงานให้ชัดเจน

สำหรับการตั้งเป้าหมายในการทำงาน แนะนำว่าควรทำตั้งแต่ตอนกลางคืน ในช่วงเวลาก่อนจะนอน ลองตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าวันพรุ่งนี้จะทำอะไร มีงานอะไรค้างคาที่ต้องจัดการให้เสร็จเรียบร้อย โดยอาจจะทำง่าย ๆ ด้วยการจดไว้ในมือถือ อย่างน้อย 3 เรื่อง เมื่อตื่นขึ้นมาก็เช็กข้อความที่เราจดไว้ แนะนำว่างานที่ควรทำเป็นลำดับแรก ๆ เป็นงานประเภทที่รู้สึกลำบากใจ ไม่อยากทำ เช่น การโทรเจรจาต่อรองบางอย่างกับลูกค้า การโทรหาหัวหน้าเพื่อแจ้งข่าวร้าย เมื่อหมดวันให้มานั่งคุยกับตัวเองว่าสิ่งที่ลิสต์มาได้ทำครบตามกำหนดหรือไม่ หากไม่ก็ลองถามตัวเองดูว่าทำพลาดไปตรงไหน และต้องปรับให้ดีขึ้นยังไงในวันถัดไป ส่วนคนที่ทำได้ตามเป้า ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ แล้ว ให้ท่านทำดีแบบต่อเนื่อง หรืออาจจะลองตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้นในวันถัดไป แล้วลองก้าวไปอีกสเต็ป เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด แบบไม่มีแรงกดดัน

และทั้งหมดนี้คือแนวทางการทำงานภายใต้แรงกดดัน ที่เรานำเสนอเป็นความรู้ทั่วไป ให้ทุกคนที่กำลังประสบปัญหาการทำงานนำได้ศึกษา เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานครั้งต่อ ๆ ไป แน่นอนว่าเราไม่สามารถหลักเลี่ยงความกดดัน ในการทำงานหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ สิ่งที่เราทำได้มีเพียงอย่างเดียว คือเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ให้อยู่ในสถานะกดดันน้อยที่สุดนั่นเอง

มาดูกันว่า 5 อันดับโรงเรียน ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลก ในปัจจุบันผู้ปกครองให้ความสำคัญกันเรื่องการศึกษาของลูกเป็นอย่างมาก ถึงแม้ค่าเทอมจะแสนโหดแค่ไหนก็ตาม วันนี้เราจึงจะพาไปชม 5 อันดับโรงเรียน ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลก เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้ปกครองได้พิจารณา

บทความที่น่าสนใจ : รวมเว็บไซต์และช่องยูทูปเรียนภาษาอังกฤษฟรี!